ประวัติวงใต้ดินต่างๆ เท่าที่จะรวบรวมได้ครับ

(1/10) > >>

sillypig:


MACARONI ก่อตั้งวงเมื่อปี 1991 โดยมี เป๋า (กีตาร์) กับ แสบ (กลอง) เป็นผู้เริ่ม และได้นำ กุ้ง (กีตาร์, ร้องนำ) กับ เจี๊ยบ (เบส) สองพี่น้อง มารวมตัวกัน ในช่วงนั้น พวกเขาจะนำเพลง Heavy Metal ต่างๆ ที่มีชื่อเสียงในยุคนั้น มา Cover แล้วก็ค่อยๆ พัฒนาความหนักของแนวดนตรี จาก Heavy Metal มา Speed Metal ก็นำเพลงของ Slayer, Metallica, Nuclear Assault, Sadus, Virus, etc. โดยจะเน้น Metallica ชุดเก่าๆ เป็นพิเศษ และในที่สุด พวกเขาก็มาหยุดอยู่ที่ดินแดนแห่งความตาย ที่มีแต่เสียงแห่งความตาย Death Metal แรงบันดาลใจที่ทำให้ MACARONI มาเล่นแนว Death Metal ส่วนหนึ่งมาจากการที่พวกเขาได้ฟังวิทยุคลื่นหนึ่งที่เปิดแต่แนว Metal วิทยุคลื่นนั้นชื่อว่า Power Play บทเพลงของ Cannibal Corpse และ Death อีกหลายๆ วง ที่เป็นที่โปรดปานของพวกเขา แต่เพลงของ Sepultura ก็เป็นวงที่พวกเขานำมา Cover มากที่สุดเช่นกัน

และวันหนึ่ง พวกเขาก็ได้ไปห้องซ้อมห้องหนึ่งชื่อว่า Heavy House ซึ่งเจ้าของห้องก็คือ คุณ ศักดาฤทธิ์ มังคลิกุล หรือ พี่อ๊อน แห่ง Metal Project นั่นเอง หลังจากนั้นก็เริ่มรู้จักคุ้นเคยกัน พี่อ๊อน เป็นคนที่รู้จักคนมากมาย ในวงการเพลงใต้ดิน MACARONI จึงเริ่มทำเพลงของเขาขึ้นมาเองบ้าง เผื่อจะได้ออกเทปบ้าง เพลงที่เขาทำในช่วงแรกนั้น มันเป็นการผสมกันระหว่าง Speed กับ Death ยังไม่เป็น Death เต็มขั้น

ในปี 1994 Concert Pain of Death เป็นคอนเสริต์ เดธยุกแรก ที่เกิดขึ้นในเมืองไทย MACARONI ขึ้นเป็นวงเปิด พี่อ๊อนเป็นผู้ผลักดันให้ MACARONI ได้เล่นในงานนี้ หลังจาก Concert นี้ ชื่อเสียงของวง MACARONI ก็เริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้น หลังจากจบงาน Concert ไม่นานนัก พี่อ๊อน ก็ได้ผลักดัน MACARONI ได้เข้าไปสังกัด Eminer บริษัทลูกของ EMI (Thailand) โดยมีคุณ เกษม อมตวณิชญ์ เป็นผู้คุม Eminer ในตอนนั้น MACARONI ดูจะมีอนาคตไกล เพราะได้อยู่สังกัดใหญ่แต่ยังสามารถทำเพลงในแนวทางของตัวเองได้ และในปี 1994 ทาง Eminer ก็มีคำสั่งด่วนให้ออก EP Hot Like Hell รวมสามวง MACARONI, MORE FUNNING, MEDUZA ในชุดนี้ MACARONI มีอยู่สองเพลง ซึ่งเป็นชุดเฉพาะกิจ สำหรับงาน Concert เปิดตัวครั้งใหญ่ ของทั้งสามวง HOT LIVE HELL คือชื่อ Concert ในครั้งนั้น และหลังจาก Concert ครั้งนั้น MACARONI ก็ได้เริ่มทำเพลงอย่างจริงจัง สำหรับอัลบั่มชุดแรก ตามสัญญาที่เซ็นไว้กับ EMI (Thailand) งานเพลงที่ทำกันนั้น ก็คือชุดแรก “ฌาปนกิจ” งาน Death Metal เต็มพิกัดนั่นเอง ทุกอย่างเป็นไปด้วยดี เพลงทั้งหมดเสร็จสิ้น ทำ Master เรียบร้อยแล้ว แต่.... ได้เกิดเหตุอาเพศอย่างรุนแรงกับ MACARONI คุณเกษม ได้ออกจาก Eminer และแล้ว ปีศาจตัวจริงก็ได้ปรากฏตัวตนขึ้นมา นั่นคือ Boss ใหญ่แห่ง EMI (Thailand) (ไม่อยากเอ่ยชื่อ) ได้ลงมาคุมEminer แทน แล้วมันก็สั่ง ดอง งานของ MACARONI ไม่มีการออกเทปใดๆ ทั้งสิ้น ทั้งที่งานเสร็จแล้ว และที่สำคัญ มันเล่นไม่ยอมเลิกสัญญา นั่นก็หมายถึง MACARONI ไม่สามารถไปที่อื่นได้อีก ห้ามมีผลงานใดๆ ทั้งสิ้น จนกว่าจะหมดสัญญา ซึ่งมีระยะเวลา 3 ปี ในขณะนั้นคิดว่าคงต้องจบกัน สำหรับ MACARONI

ความตั้งใจทั้งหมดที่ทำลงไปกลับศูนย์เปล่า เมื่อไม่มีทางออกใดแล้ว พี่อ๊อนก็ไม่สามารถช่วยได้ พวกเขาจึงต้องหาทางออก กันเอาเอง ในช่วงเวลานั้น มีสถานีวิทยุรายการหนึ่ง เป็นรายการที่มี Concept เกี่ยวกับเพลง Rock ทุกประเภท วิทยุคลื่นนั้นชื่อว่า Pirate Radio (FM.89 Pirate Rock) ทาง MACARONI จึงตัดสินใจเดินทางไปที่สถานีวิทยุคลื่นนั้น เมื่อพวกเขาไปถึง ก็ได้พบกับคุณวินิจ เลิศรัตนชัย (เจ้าของรายการ) กำลังทำหน้าที่เป็น DJ. อยู่พอดี คุณวินิจไม่ถามให้มากความ เขาเอาเทปฌาปนกิจ ที่เรานำไปด้วยเปิดออกอากาศทันที โดยที่ไม่มีการเปิดฟังหลังไมล์ก่อน แล้วก็จับพวก MACARONI มานั่งสัมภาษณ์สดออกอากาศกันทันที และนั่นก็เป็นครั้งแรก ที่เพลงต่างๆใน ฌาปนกิจ ได้ออกสู่ผู้ฟังในรายการ และผู้ฟังก็ได้รู้ความเป็นมาระหว่างวงกับ Eminer หลังจากนั้นไม่นาน MACARONI ก็ได้แสดงสดในงาน PIRATE ON THE ROCK ที่ Hard Rock Cafe ซึ่งทาง Pirate Radio เขาจัดขึ้นเป็นประจำ ในช่วงนั้น และวันนั้นก็เป็นวันที่ MACARONI ได้นำเพลงต่างๆในฌาปนกิจ มาแสดงสดด้วย กระแสของวงเดธวงนี้ เริ่มดีขึ้นไปอีก แต่ก็ได้แค่นั้นเพราะยังไงๆ ก็ไม่สามารถนำเทปมาสเตอร์ ฌาปนกิจ ออกมาจากโรงศพที่ EMI มันเตรียมจะฌาปนกิจเผา ไม่ให้ได้ผุดได้เกิดอีกตลอดไป ออกมาได้

จนมีพระเอกขี่เมฆสีดำผู้หนึ่งเสนอตัวที่จะเป็นผู้เปิดฝาโลง นำ ฌาปนกิจ ออกมาจากขุมนรกแห่งนั้น คนผู้นั้นก็คือ คุณสมพร เจียรจิรกิตติคุณ แห่ง Perfect Records คุณสมพรได้ตกลงกับ EMI ขอซื้อลิขสิทธิ์ในชุด ฌาปนกิจ แล้วก็ขอให้เลิกสัญญากับวง MACARONI ด้วย โดยมีพี่อ๊อนช่วยพูดอีกแรงหนึ่ง ในที่สุดเทปชุดแรกของ MACARONI “ฌาปนกิจ/Cremation” ก็ได้ออกสู่สาธารณะชนชาวเดธ ในปี 1996 ลิขสิทธิ์ของ Perfect Records พร้อมกับความเป็นอิสระจากขุมนรก EMI ของ MACARONI

เมื่อได้ออกผลงานชุดแรกไปแล้ว MACARONI ก็มีแสดงสดอีกหลายงาน ในช่วงเวลาประมาณ 1 ปี และหลังจากนั้น MACARONI ก็เงียบหายไป ไม่มีข่าวคราวใดสำหรับชุดสอง ไม่มีงานแสดงสดใดๆเลย ในระยะหลังๆ 3-ปีมานี้ ในขณะเดียวกันก็มีวงใต้ดินเกิดใหม่ขึ้นมามากมาย ชื่อเสียงของ MACARONI ก็เริ่มเงียบไป สาวกที่เพิ่งมาฟัง Death ไทย ในช่วง 3 ปีนี้ ก็อาจจะไม่รู้จัก MACARONI หรือไม่เคยฟังผลงาน

แต่ในปลายปี ค.ศ. 2000 MACARONI ได้กลับมาอีกครั้ง พวกเขากลับมาแล้ว กลับมาทะลวงโสตของสาวกทุกตน

sillypig:
Credit: Executive Director by Kasame Amatawanis
Produced by MACARONI
Sound Engeered by Varut Rintaranugul
Assisted by Therachai Thonrasena
Mixed by Varut Rintaranugul & MACARONI
Recorded & Mixed at Mix Studio, Bangkok
Digitally Mastered at MM Studio, Bangkok
All Music Composed by MACARONI
All Lyrics by MACARONI
Art work by MACARONI
Distributed by Perfect Record

ฌาปนกิจ คืองานชุดแรกของวง MACARONI ออกในปี 1996 (ไม่รวมชุด EP Hot Like Hell 1994 เป็นชุดรวมการเฉพาะกิจ ของ Eminer EMI Thailand ที่ได้ออกไปก่อนหน้านี้)
สำหรับงานชุดฌาปนกิจนั้น เป็นผลงานที่มีปัญหากับต้นสังกัดมากที่สุด กว่าจะได้ออกในปี 1996 รายละเอียดสามารถอ่านได้ในหน้า Bioprofile แต่ในที่สุดก็ออกวางแผงในสังกัด Perfect Record

สำหรับ Sound ในชุดนี้ ก็ไม่สมบูรณ์นัก ก็มีเหตุผลหลายประการ เช่น เป็นชุดแรกของเราซึ่งยังไม่ค่อยมีประสบการณ์ทางด้านห้องอัด และอีกอย่างก็คือ เครื่องมือมีจำนวนจำกัด

sillypig:
13 TH (2000)

 

Credit: Produced by MACARONI
Sound Engeered by Sunti Wangsuksayeam
Assisted by Soo
Mixed by MACARONI & Sunti Wangsuksayeam
Recorded & Mixed at Bless Studio, Bangkok
Digitally Mastered by MACARONI
All Music Composed by MACARONI
All Lyrics by MACARONI
Art work by MACARONI
Distributed by Justice Music

13th คืองานชุดที่สองของวง MACARONI ออกปลายเดือนตุลาคมปี 2000 สำหรับงานชุด 13th เป็นงานที่ทิ้งช่วงจากชุดแรกนานพอสมควร การที่พวกเราได้กลับมาทำชุดนี้ ก็ด้วยเหตุบังเอิญหลายอย่าง โดยที่มีเวลาเป็นตัวบังคับพอสมควร งานชุดนี้ บันทึกเสียงด้วยระบบ Analog 16 Track ซึ่งจำนวน Track จะน้อยกว่าชุดแรก (ชุดแรก 24 Track) ฉะนั้น การที่จะทำให้ Sound ดีกว่าชุดแรกนั้น ก็ยากพอดู แต่มันก็ได้ออกมาแล้ว ส่วน Sound จะดีกว่าชุดแรกหรือไม่ ก็อยู่ที่ผู้ฟังว่าจะตัดสินอย่างไร ชอบแบบไหนมากกว่า แต่ที่แน่ๆ เรา Mix down กันถึง 3 รอบ เลื่อนแล้วเลื่อนอีก

ส่วนเรื่องตัวดนตรีนั้น ยังคงความเป็น Death Metal อยู่ แต่ที่ต่างจากชุดแรกก็คือ สัดส่วนของดนตรี คือจะไม่ซับซ้อนเท่าชุดแรก Riff กีตาร์ ก็ไม่ซับซ้อนมากนัก จะฟังง่ายขึ้น แต่เสียงร้องยังเหมือนเดิม

sillypig:

 


DEZEMBER ก่อตั้งขึ้นเมื่อธันวาคมปีพ.ศ. 2536(1993) โดยสยาม ชุมทอง (ต้น) และวรพจน์ สิงห์น้อย (โต้ง) มือกีตาร์และมือเบสในยุคเริ่มต้น โดยที่ทั้งคู่แยกตัวออกมาจากวงดนตรีวงหนึ่งชื่อ MADHOT ซึ่งเป็นวงดนตรีที่ได้เข้าร่วมการประกวด PEPSI MUSIC FESTIVAL เมื่อปีพ.ศ. 2536(1993) และเป็นวงดนตรีชนะเลิศของปีนั้น โดยที่ต้นได้รับรางวัลมือกีตาร์ยอดเยี่ยมคู่กับเอ็ม (มือกลองในขณะนั้น) ได้รับรางวัลมือกลองยอดเยี่ยม

ภายหลังจากที่ได้ออกมาจาก MADHOT ต้นและโต้งได้แต่งเพลงขึ้นมาอีก 3 เพลง ชื่อเพลง "คนโลกแคบ" "อสูรกาย" "เดนสงคราม" โดยที่เพลง "ลัทธิซาตาน" เป็นเพลงที่เขียนเนื้อร้องขึ้นมาใหม่ จากเพลงเก่าชื่อ "บาป" ที่แต่งไว้เพื่อใช้เล่นในงานประกวดโดยที่ใช้ทำนองเดิม ในขณะเดียวกัน ประภาส หล้าคำ (ภาส) ผู้ซึ่งเป็นเพื่อนกันกับทางวงก็ได้มีโครงการที่จะจัดงานคอนเสิร์ตขึ้นมา ภาสกับต้นจึงได้ปรึกษากันเรื่องที่จะต้องหามือกลองให้กับวงเพื่อที่จะได้ร่วมเล่นงานคอนเสิร์ตครั้งนี้ ภาสได้ชักนำต้นให้รู้จักกับมือกลองคนหนึ่ง รัตน์ โกบายาชิ (รัตน์) ซึ่งในขณะนั้นเล่นดนตรีประจำอยู่ที่ METAL ZONE ณ ตึก HOLLYWOOD STREET ซึ่งภาสได้เคยมานั่งฟังดนตรีที่นี่มาก่อน หลังจากที่ทั้งสามคนได้ทำความรู้จักกันแล้วก็ได้ตกลงที่จะเล่นดนตรีร่วมกันในงานคอนเสิร์ตครั้งนี้ ทั้งหมดได้ไปซ้อมดนตรีกันอยู่ที่หมู่บ้านเศรษฐกิจ ซอย41 ที่ซึ่งเป็นบ้านของ "โอ๋" เพื่อนผู้โอบอ้อมอารีในยามนั้น และเป็นที่ซ้อมดนตรีประจำของวง MURDERS ซึ่งเป็นวงดนตรีใต้ดินที่รัตน์ได้ร่วมเล่นอยู่ ภายหลังจากที่ทุกอย่างเพียบพร้อม งานคอนเสิร์ตก็เริ่มต้น และคอนเสิร์ตครั้งนั้นมีชื่อว่า PAIN OF DEATH เป็นคอนเสิร์ตครั้งแรกของแนวดนตรีใต้ดินยุคใหม่ในเมืองไทย ที่หลายคนยังชอบเรียกว่า "คอนเสิร์ต DEATH ครั้งแรกของเมืองไทย"

วงดนตรีที่ได้ร่วมอยู่ในประวัติศาสตร์หน้านั้น เรียงตามลำดับการเล่นก่อนหลังได้ดังนี้

1) MACARONI
2) MORE FUNNING
3) DEZEMBER
4) MURDERS
5) SILLY FOOLISH (ปัจจุบันคือ SILLY FOOLS)
6) GERONIMO
7) HERETIC ANGELS

โดยที่ในวันนั้น DEZEMBER ได้เล่นเพลง 3 เพลง คือ "ลัทธิซาตาน" "คนโลกแคบ" "อสูรกาย" โดยเพลงอสูรกายในวันนั้นได้มีเพื่อนมาแจมร้องหนึ่งคนคือ สมชาย แซ่อึ้ง หรือโอเล่แห่ง MURDERS ในขณะนั้น (ภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็น ดนตร์ ศิลป์ศรุต)

หลังจากคอนเสิร์ตในวันนั้นแล้ว ต้นกับโต้ง จึงได้มีความคิดที่จะทำ EP สำหรับเพลงทั้งสี่ที่ได้แต่งขึ้นมาจึงได้ปรึกษากับภาสเรื่องนี้ ภาสจึงตกลงจะเป็นนายทุนออกเงินให้สำหรับงาน EP งานแรกของ DEZEMBER พร้อมกับตั้งชื่อสังกัดขึ้นมาว่า "จุติภูติ เรคคอร์ดส์" และ EP แรกของวงที่ออกมาในปีพ.ศ. 2537(1994) ก็ถือกำเนิดขึ้นมีชื่อว่า "ลัทธิซาตาน" โดยที่ต้นทำหน้าที่ กีตาร์และร้องนำ โต้งทำหน้าที่เบส และกลองใช้เป็นกลองโปรแกรม

ภายหลังจากที่งานได้ออกวางจำหน่ายก็ได้มีการตอบรับจากผู้ฟังเป็นอย่างดี ทางวงจึงได้เริ่มทำงานชิ้นที่สอง ซึ่งคราวนี้เป็นงาน LP และต้นต้องการที่จะทำในส่วนกีตาร์ของเขาให้เต็มที่ จึงได้หานักร้องนำ คำรณฐ์ คะระนันท์ (กุ้ง) มาทำหน้าที่นี้ และคราวนี้ต้นต้องการเสียงกลองจริงที่ตีด้วยคน ต้นจึงได้หามือกลองอีกครั้ง และรัตน์ก็ได้มาทำหน้าที่กลองใน LP นี้ในที่สุด งานใหม่ของ DEZEMBER ในครั้งนี้มีชื่อว่า "วินาศกรรม" วางจำหน่ายในปีพ.ศ. 2538(1995) โดยในงานนี้ได้มีเพลงที่มีชื่อวงอยู่ด้วยคือเพลง DEZEMBER

หลังจากที่งานชุด "วินาศกรรม" ได้ประสบความสำเร็จ ทางวงก็ได้ติดต่อกับ SONY MUSIC (THAILAND) CO.,LTD. เพื่อที่จะย้ายเข้าไปอยู่กับทางบริษัท โดยหลังจากที่ได้ย้ายไปอยู่กับทาง SONY MUSIC แล้ว ก็ได้มีการปรับเปลี่ยนตัวนักดนตรีเป็นดังนี้

คำรณฐ์ (กุ้ง) คะระนันท์ : ร้องนำ
สยาม (ต้น) ชุมทอง : กีตาร์
วรพจน์ (โต้ง) สิงห์น้อย : เบส
พีรพัฒน์ (โจ๊ก) กฤษเพชร : กลอง

DEZEMBER ได้ออกผลงานเพลงมาอีกสองอัลบัม คือชุด "บาป" ในปีพ.ศ. 2540(1997) และชุด "คลั่ง" ในปีพ.ศ. 2541(1998) โดยในชุด "คลั่ง" นี้ทางวงได้พี่อุกฤษ พิทักษ์ประชากิจ มือกีตาร์แห่งวง "วิปลาส" ผู้เป็น SOUND ENGINEER มาช่วยในงาน MIX DOWN ให้แก่อัลบัมนี้ ทั้งสองอัลบัมได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากแฟนเพลงของทางวงที่แน่นหนาขึ้นเรื่อยๆ

จากนั้นต้นได้ขอลาออกมาจาก SONY MUSIC ในปีพ.ศ. 2542(1999) ด้วยเหตุผลส่วนตัวและสมาชิกส่วนที่เหลือได้เปลี่ยนชื่อวงเป็น SHOGUN JUMP โดยยังอยู่กับทาง SONY MUSIC

sillypig:


หลังจากที่ได้พักงานของ DEZEMBER อยู่เป็นเวลา 2 ปี วันหนึ่งในปีพ.ศ.2544(2001) ต้นและรัตน์จึงได้มีโอกาสพบปะกันอีกครั้งหนึ่ง ต้นจึงได้บอกเจตนาของตัวเองว่าต้องการจะทำ DEZEMBER ขึ้นมาใหม่อีกครั้งหนึ่ง ต้นจึงได้ชักชวนรัตน์เข้าร่วมในการทำงานครั้งใหม่นี้ และแน่นอนอีกครั้ง รัตน์ได้ตอบตกลงที่จะทำงานร่วมกับ DEZEMBER โดยในครั้งนี้ ทั้งสองเริ่มงานกันเพียงลำพังก่อน ต้นส่งริฟฟ์กีตาร์ของเขามาก่อนที่รัตน์จะนำเทปกลับบ้านไปแต่งกลองมา เมื่อเพลงไปถึงเพลงที่สาม DEZEMBER ก็ได้มือเบสหนุ่มน้อยห้าวในฝีมือ ณพล เย็นแจ่ม (เช็ค) ซึ่งในขณะเข้ามาใหม่นั้นมีอายุเพียง 18 ปี เช็คเป็นเด็กหนุ่มที่มีทักษะในการเล่นเบสที่น่าประทับใจมาก ถึงแม้เขาจะยังไม่มีความละเมียดละไมลุ่มลึกในตัวโน้ตอย่างที่ผู้อาวุโสผู้กรำศึกแห่งคีตะอย่างโลดโผนบนเวทีทำกันมาก็ตาม แต่ความห้าวในตัวโน้ตในแบบของเขานั่นเองที่เป็นอย่างที่ DEZEMBER ต้องการ และเช็คก็ยังดีวันดีคืนในเรื่องของความละเมียดละไมในตัวโน้ตอย่างที่เขาและนักดนตรีทั้งหลายควรจะเป็นกันในอนาคต

และในขณะที่เพลงที่สี่ของงานเพิ่งจะเสร็จเรียบร้อยนั่นเอง DEZEMBER ภายหลังจากที่ประกาศหาและ AUDITION นักร้องนำมาหลายคนจึงได้ นรเทพ จินดามาตย์ (ออฟ) มารับหน้าที่ร้องนำ ออฟเป็นคนที่มีร่ายกายสูงใหญ่ดังนั้นเมื่อเวลาอยู่บนเวทีก็ไม่ต้องห่วงเรื่องผู้คนจะมองหาเขาไม่เจอ และประกอบกับเขาเป็นคนที่ร้องเพลงได้ชัดเจนและหนักแน่น มีน้ำเสียงในการสร้างอารมณ์เพลงได้อย่างสมบูรณ์ ทำให้ LINE UP ของ DEZEMBER ในครั้งใหม่นี้เผ็ดร้อนแสบลิ้นได้อย่างเหมาะเจาะลงตัว

เพลงในอัลบัมใหม่ทั้งหมดมี 8 เพลง เรียงจากลำดับการทำเพลงก่อนหลังได้ดังนี้

เพลงที่ 1 ดวงจัณฑาล
เพลงที่ 2 ศรัทธาหรือสัตว์ทา
เพลงที่ 3 หอกข้างชาติ
เพลงที่ 4 ดอกทองแด่เธอ
เพลงที่ 5 เพชรฆาตหน้าตัวเมีย

เพลงที่ 6 ร่าน ซ่าน เงี่ยน
เพลงที่ 7 VIVA UNDERGROUND SOCIAL
เพลงที่ 8 ขอสันติภาพจงมีแด่โลก

โดยที่เพลงที่ 8 นั้น ต้นและรัตน์ได้ตกลงทดลองให้เกิดการแต่งกลองขึ้นมาก่อน หลังจากนั้นจึงค่อยใส่อย่างอื่นเข้าไป พวกเราเข้าห้องอัดกันเมื่อหน้าฝนของปีพ.ศ. 2545(2002) ที่ห้องอัด JACK SOUND SYSTEM ลาดพร้าว 71 โดยทำการอัดเสียงกลองเป็นอันดับแรก ผ่านกระบวนการเก็บต้นเสียง (SOURCE) อย่างพิถีพิถันโดยพี่อุกฤษ พิทักษ์ประชากิจ พี่ชายแห่งวง "วิปลาส" ผู้คุ้นเคยนั่นเอง หลังจากนั้นจึงได้อัดกีตาร์และเบสสลับกันไป และก็ถึงเวลาอัดเสียงร้อง พวกเราอัดกันไปได้เพียงสี่เพลงเท่านั้นก็เกิดปัญหาขึ้น ปัญหาที่นายทุนของงานนี้ทอดทิ้งหายตัวไป เราอยู่อัดที่นั่นต่อไม่ได้จึงต้องพักงานกันเป็นเวลาเกือบสองปีเต็ม สุดท้ายพวกเราจึงตัดสินใจยืนบนขาของตัวเอง ต้นทำสัญญายอมเป็นหนี้เพื่อที่จะได้เอางานอัลบัมนี้ออกมาทำต่อ ความล่าช้าเกิดขึ้นรอบที่สองเมื่อทางห้องอัดไม่ค่อยมีเวลาว่างพอที่จะให้เรานัดเพื่อที่จะมาเอาต้นเสียงของเราออกไปทำต่อ พวกเราต้องรอไปอีกระยะหนึ่งจึงได้ต้นเสียงกลับมาทำต่อไป แต่คราวนี้ทำที่บ้านโดยได้ความอุปการะจากปิยมิตรผู้เต็มใจจะยื่นมือเข้าช่วยเหลือเขาคือ อังกูร เสนานันท์ (เป้ง CLONE) นั่นเอง โดยที่ได้นำต้นเสียงทั้งหมดแปลงลงมาอยู่ในคอมพิวเตอร์ PC ที่ใช้กันในบ้านนั่นเอง ต้นอัดกีตาร์ที่เป็นรายละเอียดเล็กน้อยอีกนิดที่บ้านของเขาเอง และนำต้นเสียงทั้งหมดไปที่ STUDIO 79 โฮมสตูดิโอย่านหนองแขมที่เป็นของรุ่นน้องของพวกเรา "ปอ"

ที่นั่นเราได้ทำการอัดเสียงร้องอีกสี่เพลงที่เหลือจนเสร็จ และได้ทำการ MIX DOWN ที่นั่นเองโดย เป้ง แห่งวง CLONE หลังจากที่เสร็จสิ้นกระบวนการ MIX DOWN แล้ว พวกเราได้นำงานไปเข้าสู่กระบวนการ MASTERING ที่ห้องอัดขนาดใหญ่ย่านบางนา VINTAGE STUDIO โดยได้พี่สุวพันธ์ ฤทธิพงศ์ชูสิทธิ์ เป็นผู้สำเร็จกระบวนการสุดท้ายใน STUDIO ให้แก่พวกเรา

แต่ปัญหาก็ยังไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยที่จะต่อกรกับเราอีกเช่นเคย สังกัดเทปต่างชาติสังกัดหนึ่งที่ต้นได้ไปตกลงไว้เพื่อให้จัดจำหน่ายเพลงของ DEZEMBER เกิดไม่ยอมที่จะจัดจำหน่ายให้กับเราอีกต่อไปโดยให้ข้ออ้างว่าขัดกับนโยบายของบริษัท และแน่นอน พวกเราหมุนเคว้งลงนรกอีกรอบ หลังจากใช้เวลาใคร่ครวญอย่างละเอียดถี่ถ้วนแต่เร่งรีบอยู่สองวัน เพราะพวกเรารอต่อไปไม่ได้อีกแล้ว ผลลัพธ์จึงได้ออกสู่ภายนอกอย่างที่เห็นกันอยู่นี้

เป็น DEZEMBER อย่างเต็มภาคภูมิอีกครั้ง

อัลบัมนี้มีชื่อว่า NATURALISM ซึ่งเป็นอัลบัมแรกของพวกเราที่ใช้ชื่อเป็นภาษาอังกฤษ โดยได้นำคำนี้มาจากบางส่วนของชื่อหนังสือเล่มหนึ่ง ชื่อว่า

"PHILOSOPHIAE NATURALIS PRINCIPIA MATHEMATICA"

เป็นหนังสือที่แต่งโดย SIR ISAAC NEWTON ซึ่งภายในหนังสือเล่มนี้กล่าวถึงกลไกหลักของธรรมชาติเชิงกายภาพเช่น แรงชนิดต่างๆ ความเร่ง ความเร็ว แรงดึงดูดโน้มถ่วง ไปจนถึงวิชา CALCULUS (วิชาคณิตศาสตร์ขั้นสูงวิชาหนึ่ง) ที่มีประโยชน์มหาศาลต่อวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์ไปจนถึงเทคโนโลยีต่างๆที่อยู่ในบ้านและนอกบ้านเราทุกวันนี้

เราเพิ่มตัว M เข้าไปในคำว่า NATURALIS เพื่อให้เป็น NATURALISM ในภาษาอังกฤษซึ่งแปลไว้ใน DICTIONARY ของคุณ สอ เสถบุตร ว่า

“การแสดงธรรมชาติอันแท้จริง”

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป